2009/Jul/22

ปัจจุบันในวงการการออกแบบสื่อ Digital Media ซึ่งรวมถึงการออกแบบ Website, Interactive Media หรือแม้กระทั่งแป้นพิมพ์บนมือถือต่างๆ ก็มักจะมีคนพูดถึงคำว่า Usability Design ซึ่งคำนี้มาจากแนวคิดว่า ทำยังไงให้ User สามารถใช้งานได้ง่ายที่สุด โดยไม่ต้องเสียเวลาเรียนรู้มากเกินไป จนเกิดอาการเบื่อและไม่อยากกลับมาใช้บริการอีก ซึ่งหลายบริษัททั่วโลกกำลังให้ความสนใจมากกับแนวคิดนี้ ทำให้มีเสียงออกมาต่อต้านจากบรรดา Creative และ Designer รุ่นเก่าที่ไม่สนใจแนวคิดนี้ว่า

“การทำ Usability Design ทำให้งานออกมาไม่สวย หรือไม่ตรง Brand” ซึ่งก็เป็นหัวข้อที่คงต้องถกกันไปอีกพักหนึ่ง เพราะถ้ามองในฐานะ User การที่เราจะเข้ามาใช้บริการหรือหาข้อมูลบน Web เราอยากจะให้ข้อมูลหาง่าย และไม่ซับซ้อน หรืออยากเห็น Graphic สวยๆ แต่หาข้อมูลอะไรไม่เจอเลย
 

สมัยที่ผมยังเรียนหนังสืออยู่ในต่างประเทศ User Experience ยังเป็นสิ่งที่ในตลาดยังไม่ให้ความสำคัญนัก แต่มีอาจารย์อยู่ท่านหนึ่งที่สนใจ และให้ความสำคัญมากเกี่ยวกับการทำ Usability Design โดยใน Class ที่สอน ท่านจะไม่ยอมให้นักเรียนใช้ Computer ในการออกแบบ website เลย จนกว่าจะออกแบบ Architecture วางโครงสร้าง และ Navigation ของ website ให้เสร็จ แล้วให้ทั้งชั้นเรียนทดสอบวิธีการใช้อย่างละเอียดให้เรียบร้อยก่อน ว่าใช้ได้ง่ายจริง และตรงตามจิตวิทยาของผู้ใช้

ในช่วงแรกก็มีนักเรียนหลายคนที่ไม่เห็นด้วยกับหลักคิดและต่อต้าน แต่ภายหลังจากเรียนกับอาจารย์ท่านนี้ ทำให้พวกเราส่วนใหญ่เริ่มเห็นด้วยว่าการออกแบบ website หรือระบบต่างๆ ถ้าผลออกมาแล้วใช้ยากและซับซ้อนเกินไป หรือไม่ตอบโจทย์การทำงานทั้งหมด ถือว่ากระบวนการทำงานนั้นๆ เปล่าประโยชน์ โดยปัจจุบัน อาจารย์ท่านนี้ได้เปิดบริษัทของตัวเอง และเป็นคนออกแบบ User Experience ให้กับ website ในเครือของ CNN รวมถึงบริษัทยักษ์ใหญ่หลายแห่ง และเพื่อนร่วมชั้นหลายๆ คน ก็เป็น User Experience Designer ให้กับบริษัทชั้นนำ อย่าง Sony Play Station, Fox News and Apple

หลังจากจบภาควิชา Usability Design ผมได้มีโอกาสเข้าเยี่ยมชมศูนย์พัฒนา User Experience ของ Yahoo! ที่สำนักงานใหญ่ใน California ซึ่งทาง Yahoo! ก็ให้เกียรติในการส่งทีมงานมาอธิบายเกี่ยวกับวิธีการวัดผลและการออกแบบ Usability Design ที่ทาง Yahoo! เองมั่นใจว่าน่าจะล้ำหน้าที่สุดในโลก โดย Yahoo! ได้สร้างห้อง Lab ที่คล้ายกับห้องอัดเสียง และใช้เครื่องมือที่เรียกว่า Eyeball Tracking มาวัดสายตาและการเคลื่อนไหวของดวงตาว่า การวาง Design และ Content แบบไหนจะทำให้ User ส่วนใหญ่เห็นได้ชัดและดีที่สุด ซึ่งผลการวัดที่ได้ก็จะมีทีมนักการตลาด นักจิตวิทยา และทีมออกแบบ ประชุมแก้ไขร่วมกันอีกหลายๆ ครั้ง จนผลที่ได้เป็นที่พอใจของทุกฝ่าย

พูดถึงตรงนี้หลายๆ ท่านคงสงสัยว่า User Experience หรือ Usability Design คืออะไร และต่างกับการไม่มียังไง ท่านลองเปรียบเทียบระหว่างเครื่องเล่น Mp3 เจ้าอื่นกับ iPod หรือเครื่องเล่นเกมเจ้าอื่นกับ Nintendo Wii หรือระบบการจ่ายเงินใน website อื่นๆ กับ Amazon.com หรือ ระบบ PC กับ Mac และอื่นๆ อีกมากมาย โดยการออกแบบนั้นจะเน้นที่ความเรียบง่ายในการใช้ ซึ่งถ้าให้ดี User เห็นแล้วต้องใช้ได้เลยโดยไม่ต้องอ่านคู่มือ

User Experience Design คือส่วนหนึ่งของการทำ Experiential Marketing จึงไม่ใช่แค่การทำ Graphic Design สวยๆ เจ๋งๆ แต่เป็นความสัมพันธ์ระหว่าง ฮารด์แวร์,ซอฟต์แวร์,จิตวิทยา,ความรู้สึกของผู้ใช้ การตลาด การสร้าง Brand,การเขียน Program และการออกแบบ Graphic ต่างๆ ซึ่งจำเป็นอย่างมากที่จะต้องมีทีมงานที่มีความรอบรู้และเข้าใจโดยรวม เพราะมันคือการมอบประสบการณ์ดีๆ ให้กับลูกค้า และเป็นการสร้างความประทับใจ เพราะสำหรับบริษัทชั้นนำหลายๆ แห่งทั่วโลกแล้ว User Experience Design เริ่มตั้งแต่อยู่ในร้านทั้ง Online และ On ground (Website และ Show room) ไปจนถึงการสร้างความประทับใจในการแกะกล่องสินค้า การใช้งาน และ Customer Support ต่างๆ โดยเชื่อมต่อกันเป็น User Experience Design แบบครบวงจร

และถ้าวันนี้คุณคิดว่าคุณพร้อมแล้ว ที่จะมอบประสบการณ์ดีๆ ให้กับลูกค้า การที่คุณมอบหน้าที่อันหนักอึ้งนั้นให้กับทีม Graphic หรือ Web Designer เพียงฝ่ายเดียว อาจจะยังไม่พอ

ที่มา : http://newsroom.bangkokbiznews.com/comment.php?id=7138&user=athikom

ชื่อ: 
เว็บไซต์: 
คอมเมนต์:




smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

<< Home